โรคเท้าช้าง

      โรคเท้าช้าง เป็นโรคที่เกิดจากหนอนพยาธิตัวกลมฟิลาเรีย มีลักษณะคล้ายเส้นด้ายอาศัยอยู่ในระบบน้ำเหลืองของคน โดยมียุงเป็นพาหะนำโรค มีอาการที่เห็นได้ชัด คือ ขา แขน หรืออวัยวะเพศบวมโตผิดปกติ เนื่องจากภาวะอุดตันของท่อน้ำเหลือง

 

สาเหตุและแหล่งระบาด

      โรคเท้าช้างในประเทศไทยมี 2 ชนิด ชนิดแรกเกิดจากเชื้อ Brugia malayi มักมีอาการแขนขาโต พบมากในบริเวณที่ราบทางฝั่งตะวันออกของภาคใต้ ตั้งแต่จังหวัดชุมพรลงไปจนถึงนราธิวาส โดยมียุงลายเสือ (Mansonia) เป็นพาหะ ยุงชนิดนี้กัดกินเลือดของสัตว์และคน ชอบออกหากินเวลากลางคืน มีแหล่งเพาะพันธุ์ตามแอ่งหรือหนองน้ำที่มีวัชพืชและพืชน้ำต่างๆ เช่น จอก ผักตบชวา แพงพวยน้ำ หรือหญ้าปล้อง ชนิดที่สองเกิดจากเชื้อ Wuchereria bancrofti มักทำให้เกิดอาการบวมโตของอวัยวะสืบพันธุ์และแขนขา พบมากในบริเวณภาคตะวันตกของประเทศไทย เช่น ที่อำเภอสังขละบุรี อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี; อำเภอแม่ระมาด จังหวัดตาก; อำเภอละอุ่น อำเภอเมือง จังหวัดระนอง เป็นต้น ยุงพาหะนำโรคเท้าช้างชนิดนี้ได้แก่ยุงลายป่า (Aedes niveus group) เพาะพันธุ์ตามป่าไผ่ ในโพรงไม้ และกระบอกไม้ไผ่

 

      ปัจจุบันพบว่าเชื้อโรคเท้าช้างชนิด Wuchereria bancrofti สายพันธุ์ที่นำเข้าโดยผู้อพยพจากชายแดนไทยพม่า มียุงพาหะหลายชนิดรวมทั้งยุงรำคาญ (Culex) ซึ่งเป็นยุงบ้านที่พบได้ทั่วไป

 

วงจรชีวิต

    เมื่อยุงที่มีเชื้อพยาธิเท้า ช้างระยะติดต่อกัดคน เชื้อจะเคลื่อนตัวออกจากส่วนปากของยุงมาที่บริเวณผิวหนัง ไชเข้าสู่ผิวหนังตรงรอยยุงกัด และเข้าไปเจริญเติบโตเป็นพยาธิตัวแก่ในต่อมน้ำเหลือง มีระยะฟักตัว 3-9 เดือน จากนั้นพยาธิตัวผู้และตัวเมียผสมพันธุ์กัน และออกลูกเป็นตัวอ่อนเรียกว่า ไมโครฟิลาเรียซึ่งจะออกมาอยู่ในกระแสเลือด เมื่อยุงมากัดก็จะรับเชื้อตัวอ่อนเข้าไปและเจริญเป็นพยาธิระยะติดต่อภายใน 1-2 สัปดาห์ คลิกเพื่อดูรูปวงจรชีวิตพยาธิเท้าช้างที่นี่ครับ

 

อาการของโรค

         คนที่มีอาการมักจะเกิดจากการที่ถูกยุงที่มีเชื้อพยาธิเท้าช้างกัดซ้ำหลาย ครั้ง อาการในระยะแรก ผู้ป่วยอาจมีไข้ ซึ่งเกิดจากการอักเสบของต่อมและท่อน้ำเหลืองบริเวณรักแร้ ขาหนีบ หรืออัณฑะ เนื่องจากพยาธิตัวแก่ที่อยู่ในท่อน้ำเหลืองสร้างความระคายเคืองแก่เนื้อ เยื่อภายใน รวมทั้งมีการปล่อยสารพิษออกมาด้วย อาการอักเสบจะเป็นๆ หายๆ อยู่เช่นนี้ และจะกระตุ้นให้เกิดอาการบวมขึ้น หากเป็นนานหลายปีจะทำให้อวัยวะนั้นบวมโตอย่างถาวรและผิวหนังหนาแข็งขึ้นจนมี ลักษณะขรุขระ

 

http://www.tm.mahidol.ac.th/tmho/p_filariasis/filaria_3.jpg

 

รูป ผู้ป่วยเป็นโรคฟิลาเรียของระบบน้ำเหลืองที่เกิดจากเชื้อ W.bancrofti จะมีอาการแสดงส่วนใหญ่ให้เห็นคือผิวหนังตรงอวัยวะเพศหยาบขรุขระ เกิด hydrocele เป็นได้ทั้งเพศชายและเพศหญิง

 

http://www.tm.mahidol.ac.th/tmho/p_filariasis/filaria_7.jpg

 

รูปผู้ป่วยเป็นโรคฟิลาเรียของระบบน้ำเหลืองที่เกิดจากเชื้อ B. malayi จะ มีอาการแสดงส่วนใหญ่ให้เห็นคือขาโตและมีผิวหนังหยาบขรุขระ จึงมักเรียกโรคนี้ว่า โรคเท้าช้าง

 

ลักษณะพยาธิ

 

http://www.tm.mahidol.ac.th/tmho/p_filariasis/filaria_1.jpg

 

รูป พยาธิ Wuchereria bancrofti ระยะตัวอ่อน (microfilaria)ขนาด 230-296 *8-10 ไมครอน ย้อมด้วยสี hematoxylin จะเห็นตัวพยาธิมีรูปโค้งเป็นวงค่อนข้างกว้าง มีปลอกหุ้มตัว ส่วนหัวมีช่องว่าง (cephalic space) ช่องว่างส่วนหัวนี้จะ มีอัตราส่วนของความกว้างต่อความยาวเท่ากับ 1:1 ต่อจากช่องว่างส่วนหัวจะมี นิวเคลียสรูปวงกลมหรือเรียงแยกห่างจากกันเห็นได้ชัด แต่เรียงไม่ถึงปลายทาง

 

http://www.tm.mahidol.ac.th/tmho/p_filariasis/filaria_2.jpg

 

รูปพยาธิ W.bancrofti ระยะ microfilaria แสดงให้เห็นนิวเคลียส ไปไม่ถึงปลายหาง

 

http://www.tm.mahidol.ac.th/tmho/p_filariasis/filaria_4.jpg

 

รูป พยาธิ Brugia malayi ระยะ microfilaria ย้อมด้วยสี hematoxylin ขนาด 200-275 * 5-6 ไมครอน มีลักษณะขดๆงอๆ มีปลอกหุ้มตัว ช่องว่างส่วนหัวมีความกว้างต่อความยาว 1:2 นิวเคลียสรูปร่างไม่แน่นอนขนาดเล็กกระจายซ้อนกัน ที่ปลายหางมีนิวเคลียส 2 อันห่างกัน เรียก terminal nuclei

 

http://www.tm.mahidol.ac.th/tmho/p_filariasis/filaria_5.jpg

 

รูป พยาธิ B. malayi ระยะ microfilaria แสดงให้เห็น terminal nuclei

 

http://www.tm.mahidol.ac.th/tmho/p_filariasis/filaria_6.jpg

 

รูปพยาธิ B.malayi ระยะ microfilaria ย้อมด้วยสี Giemsa จะเห็นปลอกหุ้มตัวติด สีชมพูเข้ม

 

การวินิจฉัย

       ผู้ป่วยที่มีประวัติเข้าไปอยู่ในถิ่นที่มีการระบาดของโรค ถ้ามีไข้ ท่อน้ำเหลืองอักเสบ ขา แขน หรืออัณฑะบวม ควรตรวจวินิจฉัยทางห้องปฏิบัติการโดยการตรวจเลือด (ในประเทศไทย มักพบเชื้อนี้ในเวลากลางคืน) นอกจากนี้อาจตรวจวินิจฉัยทางน้ำเหลืองได้ด้วย

 

การป้องกันและควบคุม